“ในหลวง ร.10” ทรงพระราชดำรัส ให้สร้างบ้านแบบพิเศษ มอบ คุณทวด 5 แผ่นดิน

0
315

จากกรณีที่นายพิสิษฐ์ บุญปาน อายุ 55 ปี ชาวบ้านบ้านคลองขุด อ. ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช ร้องเรียนขอความช่วยเหลือศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชเพื่อขอให้ช่วยเหลือคุณทวดวิ่ง คงแคล้วภัย อายุ 98 ปี ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน ณ อ. ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช ซึ่งแก่ชราและยังพิการตาบอดทั้งสองข้าง อาศัยคนเดียวในเพิงพักหรือกระท่อมไม้เล็ก ๆ เก่าโกโรโกโสจะพังมิพังแหล่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเย็นวานนี้ ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เชิญนายสุพงษ์วิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งตัวแทนสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่มาร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการช่วยเหลือคุณทวดวิ่ง

หลังจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลมี่ 10 ทรงมีพระราชดำรัสให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายประทับ HQ )ติดต่อประสานงานมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ทำการช่วยเหลือคุณทวดวิ่ง คงแคล้วภัย อายุ 98 ปี คุณทวด 5 แผ่นดิน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชน

โดยการสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณทวดวิ่ง ให้เหมาะสมตามสภาพของร่างกายและความพิการ โดยแนะนำควรเป็นบ้านน็อคดาวน์ บันไดไม่สูง และหากคุณทวดวิ่งเสียชีวิตให้ยกบ้านหลังดังกล่าวไปมอบให้วัดที่ลูกชายคุณทวดวิ่ง บวชอยู่เพื่อใช้เป็นกุฏิ จัดให้มีเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการให้พร้อม ฝึกให้คุณทวดเดินรอบ ๆ บ้านได้ ,การก่อสร้างให้ทำในนามจิตอาสาโดยใช้กำลังจิตอาสาทุกภาค่วนเข้าดำเนินการ รวมทั้งการระดมทุนในการก่อสร้างทั้งหมด ,ในช่วงการก่อสร้างให้สวมขุดจิตอาสา ,ส่งบ้านที่ก่อสร้างเสร็จแล้วส่งรายงานให้ทางพระราชวังทราบ และช่วงที่ผู้ใหญ่ทางพระราชวังเดินทางลงมาในวันประกอบพิธีมอบบ้านให้คุณทวดวิ่ง ให้มีการจัดตั้งโรงครับพระราชทานด้วย

โดยในขณะนี้คุณทวดวิ่งได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหม่ ชาวบ้านระดมทุน แรงานช่วยกันสร้างให้จนแล้วเสร็จ โดยในระหว่างที่ทำการก่อสร้างบ้านน็อคดาวสำหรับผู้พิการตาบอดให้คุณทวดวิ่ง ขอให้คุณทวดวิ่งอยู่อาศัยในบ้านหลังดังกล่าวไปก่อนจนกว่าบ้านน็อคดาวน์จะแล้วเสร็จ และในระหว่างนี้ให้เจ้าหน้าที่ พม.และ อบต.หัวตะพาน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านรวมทั้งญาติ ๆ ช่วยกันดูแลเรื่องอาหาร สุขภาพอนามัยคุณทวดวิ่ง เนื่องจากมีความชรามากแล้ว ส่วนเรื่องบัญชีรับบริจาคช่วยเหลือคุณทวดวิ่งให้เปิดเป็นบัญชีเดียว และดูแลเรื่องเงินบริจาคในรูปแบบคณะกรรมการ

นายวัฒนา สินทะ กรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ทางสมาคมสื่อมวลนได้เข้ามาช่วยเหลือคุทวดวิ่ง และเป็นสื่อกลางในการรับบริจาคเงินช่วยเหลือคุณทวดวิ่ง โดยเฉพาะการสร้างบ้านขนาดเล็กที่ชาวบ้านระดมทุนก่อสร้างจนเกือบแล้วเสร็จเงินไปประมาณ 13,500 บาทจนการก่อสรางเกือบแล้วเสร็จ และก่อนที่ทางสำนักพระราชวังจะติดต่อประสานงานลงมาให้ก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์สำหรับผู้พิการโดยเฉพาะให้คุณทวดวิ่ง

ทางสมาคมสื่อมวลชนและทีมชาวบ้านที่ช่วยเหลือสร้างบ้านตกลงกันว่าจะทำการต่อเติมระเบียงหน้าบ้านออกมาอีก 1.5 เมตร มูลค่าประมาณ 9,600 บาท ทางสมาคมสื่อมวลชนได้นำเงินบริจาคจากผู้บุญมอบเงิน 9,600 บาท ให้กับทีมสร้างบ้านไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนการก่อสร้างห้อง ห้องส้วมที่ทีมช่างจะดำเนินการก่อสร้างระบุว่าจะใช้งบประมาณ 17,000 บาท โดยทางสมาคจะนำเงินบริจาคมามอบให้อีกครั้งหนึ่ง

แต่เมื่อทางสำนักพระราชวังแนะนำให้ทำการก่อสร้างบ้านหลังใหม่อีก 1 หลังเป็นบ้านน็อคดาวน์สำหรับผู้พิการโดยเฉพาะ ดังนั้นการต่อเติมระเบียงหน้าบ้านและการก่อสร้างห้องน้ำ ห้องส้วมจะต้องยุติไปโดยปริยาย และมาเริ่มก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ตามคำแนะนำของสำนักพระราชวัง ซึ่งจะเงินบริจาคที่สมาคมสื่อมวลชนได้รับการบริจาคมาดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งยังไม่ได้สรุปแน่ชัดว่าจะใช้งบประมาณการก่อสร้างเท่าไหร่ หากไม่เพียงพอก็จะต้องระดมทุนบริจาคเพิ่มเติม

โดยกำหนดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน หรือภายใน31กรกฎาคม 2562 แต่หากหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จยังมีเงินบริจาคผ่าบัญชีสมาคมสื่อมวลชนเหลืออยู่ก็จะรวบรวมเงินที่เหลือมาเข้าบัญชีกลางคณะกรรมการ “กองทุนช่วยเหลือคุณทวดวิ่ง”ต่อไป และในส่วนบัญชีกลางกองทุนช่วยเหลือคุณทวดวิ่ง มีคณะกรรมการ 3 ท่านเป็นผู้ดูแล ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.หัวตะพาน ตัวแทนญาติคุณทวดวิ่งและตัวแทนชาวบ้านอีก 1 ท่าน ซึ่งจะเปิดบัญชีกลางภายในวันสองวันนี้และจะแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการทางสื่อมวลชนต่อไป

สำหรับประวัติคุณทวดวิ่ง มีครอบครัวและมีบุตร 2 คน เป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน ปัจจุบันภรรยาและลุตรสาวเสียชีวิตแล้ว บุตรสาวและคุณ ในขณะที่เหลือบุตรชายคือพระสมจิตร์ ช้างดา อาย 72 ปี จำพรรษาอยู่ที่วัดศรีวิชัยพัฒนาราม หรือวัดวังลุง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช โดยพระสมจิตร์ บวชมา 15 พรรษา และจากการตรวจสอบประวัติทางอาชญากรรมไม่พบว่าคุณทวดวิ่ง ไม่เคยกระทำความผิดและต้องหาคดีอาญาและไม่เคยมีหมายจับแต่อย่างใด

 

 

ขอบคุณภาพ จาก ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช