หลอนเหล้า คิดทำร้าย แม่ หักดิบ เลิกเหล้า เข้าพรรษา จาก คนจน ตอนนี้ มีเงิน มีทอง ซื้อรถอีก 3 คัน

0
270

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก สำหรับ “นายปรมัตถ์ แสนธุระ” หรือ “โหน่ง” อายุ 47 ปี แกนนำคนหัวใจเพชร บ้านห้วยโป่ง ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ คงเป็นอุทาหรณ์ให้คน “ดื่มเหล้า” ฉุกคิด และคงไม่สายที่จะใช้ “วันเข้าพรรษา” นี้ เริ่มต้นตั้งมั่น “เลิกเหล้า” จนพบสิ่งดีๆ ในชีวิตได้เช่นนายปรมัตถ์

“ตอนนี้ผมภูมิใจมาก จากคนขี้เมา ชาวบ้านรังเกียจ หรือแม้แต่พ่อแม่ตัวเองก็ไม่ยอมคุยด้วย จนวันนี้ผมมีรถเก๋ง 2 คัน มีเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย อีก 6 เดือน ลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วรถเก๋งยังผ่อนอีกคันอยู่ ส่วนรถปิกอัพป้ายแดงให้น้าผ่อนต่อ เหตุผลที่ซื้อรถเก๋งมาใช้แทนปิกอัพ เวลามีงาน งานรื่นเริงต่างๆ แล้วผมไปช่วยงาน บางทีจะมีขี้เหล้าขึ้นรถกลับด้วย ผมกลัวเขานั่งไม่ดีแล้วเกิดอุบัติเหตุ” นายปรมัตถ์ จิตอาสาของ สสส. แกนนำระดับภาคเหนือตอนบน เพื่อรณรงค์ “หยุดเหล้า” กล่าวความรู้สึกหลังเลิกเหล้ามาได้ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2556

เขาย้อนเล่าเส้นทางอเวจีก้าวสู่คำว่า “ขี้เมา” ที่ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปี ซึ่งเป็นธรรมดาของคนในชนบท ยามหน้าหนาว หลังลงแขกเกี่ยวข้าว หรือตีข้าวก็มักมีการเลี้ยงอาหารและเหล้า จากแค่ดื่มสังสรรค์ เป็นระยะๆ กินไปเรื่อยๆ ทุกวัน แต่ไม่ถึงติด กลายเป็นดื่มทุกวัน กระทั่งอายุได้ 30 กว่า จึงพบว่ากลายเป็นคน “ติดเหล้า” อย่างหนัก ตื่นมาก็ต้องกินเหล้าก่อนสักเป๊ก จนทำให้ต้องถูกไล่ออก จากความเชื่อที่ได้รับบอกจากเพื่อนๆ ว่าเหล้าสามารถช่วยให้หายปวดแสบตาหลังทำงานเชื่อมได้

“ผมทำงานได้ไม่เต็มร้อย ต้องขึ้นที่สูงด้วย เถ้าแก่กลัวมีอันตรายต่อชีวิต เขาก็บอกให้ไปเลิกเหล้าแล้วมาทำดีกว่า บางครั้งเถ้าแก่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าผมขี้เมา แต่เวลาทำงานเหงื่อออก กลิ่นเหล้าก็ออกแล้ว แรกๆ ผมมีฝีมือเชื่อมดีมาก แต่พอติดเหล้า ทำงานได้ไม่ค่อยดี มือจะสั่น”

“ความขี้เมา” นอกจากทำให้เขาสูญเสียงานแล้ว ไม่นานต่อมานายปรมัตถ์ ก็ต้องจำนนสูญเสีย “เมีย” เหตุเพราะเอาแต่เมาหัวราน้ำ และยังถูกชาวบ้านและเพื่อนร่วมวงเหล้ารังเกียจ เนื่องด้วยเมื่อเหล้าเข้าปากแล้ว นิสัยเปลี่ยนเป็น “คนอันธพาล” สร้างความเดือดร้อน ความวุ่นวายให้กับคนในชุมชน จนบางครั้งต้องแจ้งตำรวจให้มาจับ

เมื่อไม่มีเงินซื้อเหล้ากิน เขาตัดสินใจขายมอเตอร์ไซค์ 26,000 บาท ภายในไม่ถึงเดือนครึ่งเงินทั้งหมดก็หมด เขานำเงินมาซื้อเหล้าไว้เป็นแกลลอนๆ 5 ลิตร กินเหล้า 24 ชั่วโมง วันละแกลลอน ใช้แกลลอนเหล้าเป็นหมอนหนุนหัว เพราะกลัวหาย สะดุ้งตื่นมาก็กินเหล้า หลับไป สะดุ้งตื่นก็กินเหล้า

“เงินหมด รถไม่มีขี่ เหล้าก็ติด ติดถึงขั้นมือสั่น เหล้าอยู่ในแก้ว ครึ่งหนึ่ง มือสั่น เหลือเหล้าไม่ถึงค่อนแก้ว เพื่อนเห็นหน้าก็บอก ไม่มีเหล้า ติดเหล้าจนต้องขอชาวบ้านกิน คนในหมู่บ้านรังเกียจ ไม่มีใครอยากคุยด้วยแม้แต่พ่อ แม่ นั่งกินข้าวด้วยกันชวนคุยก็ยังไม่คุยด้วย เดินหนี เพราะแม่อาจจะเอือมระอา”

ช่วงจังหวะนี้เอง เงินหมด ขอพ่อแม่ก็ไม่ให้ ไปหาเพื่อนก็ถูกด่า นายปรมัตถ์จึงคิดได้บ้าง เขาจึงตั้งสัจจะกับตัวเองไว้ว่าถ้าเลิกเหล้าไม่ได้ก็ยอมแย่ ต้องเลิกให้ได้ เพราะสงสารพ่อแม่ที่มีสีหน้าอมทุกข์ตลอดเวลา และเวทนาตัวเองที่ไม่มีใครอยากคุย อยากมอง เหตุเพราะ เมาแล้วอันธพาล

เย็นวันนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2556 นายปรมัตถ์จึงใช้วิธีเลิกเหล้าด้วยการ “หักดิบ” จนเกิดภาพหลอนในตอนกลางคืน ว่ามีคนจะมาทำไม่ดี เขาวิ่งพล่านไปบ้านคนอื่นเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ถูกปิดประตูไล่

“คืนแรกทรมานมาก คล้ายๆ มีจิตหลอน ไม่รู้คนจะเลิกเหล้าเป็นเหมือนผมไหม นอน แต่นอนไม่หลับ รู้สึกเหมือนมีแมลงตามหน้าตา คันยุ่บยั่บๆ พอม่อยหลับ มีเสียงร้องเพลง แล้วตามมาด้วยเสียงสวดมนต์ เช้าตื่นมาหัวชุ่มเหงื่อ”

เขาใช้วิธีหักดิบจากการอ่านในหนังสือ โดยนอนกลางวันคลุมโปงให้ เหงื่อออก พอร่างกายร้อนก็ลงไปแช่น้ำ จนหนาวก็กลับขึ้นมานอนคลุมโปงให้ร่างกายเหงื่อออก ทำวิธีนี้ทุกวันอยู่ 1 อาทิตย์ แต่ด้วยฤทธิ์ของเหล้าที่ยังมีในร่างกาย เมื่อแม่พูดไม่ถูกหู เขาจึงโมโห และเกือบทำไม่ดีกับบุพการีตัวเอง

“คืนที่จิตหลอน แม่ก็รู้และปิดประตูหมด แม่บอกว่า จะไปไหนก็ไป โมโหมาก เพราะกำลังจะเลิกเหล้าได้ แต่ได้ยินคำพูดนี้ก็หน้ามืด ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบจะเอามีดมาทำร้ายแม่ แต่มีคนมาช่วยไว้ได้”

เวลาเกือบเดือน นายปรมัตถ์เลิกเหล้าได้สำเร็จ กลายเป็นลูกคนใหม่ของพ่อแม่ เริ่มสร้างชีวิตใหม่ด้วยการบวช 2 พรรษา หลังสึกก็ตั้งต้นใหม่ด้วยการทำงานเป็นช่างซ่อมบำรุง จากนั้นแม่ก็ให้เงินส่วนหนึ่งช่วยดาวน์รถปิกอัพ หลังเลิกเหล้าพ่อแม่สบายใจ อารมณ์ดี ไม่เครียด ยิ้มแย้ม ใบหน้าผ่องใส จากที่ชาวบ้านเรียก “หมาขี้เรื้อน” กลายเป็นที่ยอมรับของคนในหมู่บ้าน และผู้ใหญ่บ้าน

คนที่อยากเลิกเหล้า นายปรมัตถ์ชี้แนะจากประสบการณ์ของตัวเองว่า คนที่กินเหล้า ให้นึกถึงหน้าพ่อแม่ และสภาพตัวเอง ถ้าสามารถสังเวชตัวเองได้มากๆ เลิกเหล้าได้แน่นอน และจงอย่าคิดว่าติดเหล้าจะมีคนยอมรับ เพราะแม้แต่ขี้เหล้าด้วยกันยังไม่ยอมรับ

“เราต้องมองตัวเองก่อน ว่าสภาพตัวเองตอนเมารับได้ไหม ถ้ายอมรับไม่ได้ แล้วคนอื่นจะยอมรับได้อย่างไร การกินเหล้าเป็นสังคมของคนกินเหล้าที่รับกันได้ แต่สังคมไม่ยอมรับหรอกคนกินเหล้า พอผมเลิกเหล้าได้ พอมองคนติดเหล้า เมาจนหัวราน้ำ รู้สึกเวทนาสงสาร อยากให้เลิก เหล้ามันไม่ดี ถ้าติดแล้วยากที่จะยกตัวออก ต้องชนะใจตัวเองก่อนจึงจะเลิกได้ ไม่ต้องไปสาบาน แค่ชนะใจตัวเอง” นายปรมัตถ์แนะนำ